RSS

เหตุผล 11 ประการที่ควรอัพเกรดเป็น Windows Server 2008

24 มิ.ย.

Microsoft Windows Server 2008 ซึ่งมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเว็บและการทำเวอร์ชวลไลเซชันในตัว จะทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทต่างๆมีเสถียรภาพและความคล่องตัวสูงขึ้นกว่าเดิม ประกอบไปด้วยเครื่องมือสำหรับทำเวอร์ชวลไลเซชัน ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับเว็บ และการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยที่จะช่วยให้บริษัทต่างๆประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งใช้เป็นแพลตฟอร์มของศูนย์ข้อมูลที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนเครื่องมือประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ อาทิเช่น Internet Information Services (IIS) 7.0 และ Server Manager จะช่วยให้คุณควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น แถมยังช่วยให้งานที่เกี่ยวข้องกับเว็บ การปรับแต่งตัวแปร และการบริหารต่างๆทำได้คล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ในขณะที่การปรับปรุงเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพที่ดีขึ้นอาทิเช่น Network Access Protection และ Read-Only Domain Controller เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบปฏิบัติการ รวมทั้งช่วยปกป้องระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้เป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไป

การรวมเซิร์ฟเวอร์และการปรับแต่งทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด -Hyper-V
เซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่มักจะทำงานโดยใช้ศักยภาพของตนได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะมีส่วนของประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ไม่ได้ใช้งานร้อยละ 80 ถึง 90 แต่โซลูชันการทำเวอร์ชวลไลเซชันที่ชื่อ Hyper-V ของ Windows Server 2008 จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์จริงเพียงเครื่องเดียวสามารถรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ “เชิงธุรกิจ” หลายๆชุดได้ Hyper-V จะช่วยให้องค์กรต่างๆใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แถมยังปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการด้านไอทีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างคล่องตัวอีกด้วย เครื่องมือบริหารชนิดใหม่จะช่วยให้ขั้นตอนการติดตั้งใช้งานทำได้ง่ายขึ้น แถมยังยอมให้แผนกไอทีบริหารเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์โดยใช้เครื่องมือที่พวกเขาคุ้นเคยกับการบริหารเซิร์ฟเวอร์จริงของระบบเครือข่ายอยู่แล้ว

Remote User เรียกใช้แอพพลิเคชันได้อย่างคล่องตัว -TS RemoteApp
Windows Server 2008 ได้ทำการปรับปรุง Terminal Service และโซลูชันที่เกี่ยวข้องอย่าง Terminal Services RemoteApp (TS Remote App) ให้ดีขึ้นและทันสมัยมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้แอพพลิเคชันแต่ละชนิด (แทนที่จะเป็นหน้าจอเดสก์ทอปเท่านั้น) ในเซสชัน Terminal Server ได้ แอพพลิเคชันเหล่านี้ทำงานในโฮสต์คอมพิวเตอร์ และจะทำการส่งวินโดวส์แอพพลิเคชันไปยังผู้ใช้เท่านั้น ซึ่งจะทำให้การทำงานในฝั่งไคล์เอ็นต์ใช้ทรัพยากรไม่มากนัก แถมยังลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการติดตั้งใช้งานอีกด้วย

การติดตั้งแบบโมดูล เพื่อใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด -Server Core
เซิร์ฟเวอร์จำนวนมากมักทำงานที่มีความสำคัญเฉพาะด้านภายในระบบเครือข่าย ด้วยเหตุนี้ไมโครซอฟท์จึงได้จัดเตรียมทางเลือกในการติดตั้งซอฟต์แวร์ Server Core รูปแบบใหม่เพื่อให้ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด แต่ยังรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ในแต่ละบทบาทได้ วิธีการนี้จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม แถมแผนกไอทียังสามารถใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย นอกจากนั้นวิธีการนี้ยังจะให้การดูแลระบบและการบริหารการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแผนกไอทีไม่จำเป็นต้องอัพเดทไฟล์และฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

ถ้าหากพูดถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายแล้ว วิธีติดตั้ง Server Core แบบใหม่ยังช่วยให้ลูกค้ามีแพลตฟอร์มซึ่งมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย การที่ Server Core โหลดคอมโพเน้นต์ของระบบปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อรองรับการทำงานเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น ดังนั้นการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมก็จะลดลง รูปแบบดังกล่าวทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักของเครือข่ายมีเสถียรภาพและปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

จัดสรรเว็บแอพพลิเคชันและเนื้อหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ -IIS 7.0
เมื่อเนื้อหาบนเว็บเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น แถมเว็บยังกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญเพื่อรองรับการทำงานของแอพพลิเคชันเชิงธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นเว็บเซิร์ฟเวอร์จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบเครือข่ายของบริษัทหลายแห่งไปแล้ว ไมโครซอฟท์จึงได้พัฒนา IIS 7.0 ให้เป็นโซลูชันที่รองรับการทำงานของเนื้อหาข้อมูลซึ่งมีเงื่อนไขมากเป็นพิเศษได้เป็นอย่างดี อาทิเช่นสื่อข้อมูลสตรีมมิงและเว็บแอพพลิเคชันที่อยู่ใน Active Server Pages และ PHP เป็นต้น IIS 7.0 มีการปรับปรุงอินเทอร์เฟซเพื่อช่วยให้งานบริหารทำได้ง่ายขึ้น บวกกับการออกแบบในลักษณะ Modular จึงช่วยให้ผ้ดูแลระบบลดพื้นที่อาจถูกโจมตีของเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยการติดตั้งเฉพาะคอมโพเน้นต์ที่จำเป็นเท่านั้น

ประสิทธิภาพและระบบควบคุมเครือข่ายที่ดีกว่าเดิม -TCP/IP Stack แบบใหม่
การใช้แบนด์วิธอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลของผู้ใช้รีโมทที่พึ่งพาระบบสื่อสาร WAN เพื่อเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางขององค์กร การออกแบบ TCP/IP รุ่นใหม่ที่มีอยู่ใน Windows Server 2008 ช่วยให้การทำงานแบบรีโมทมีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากอัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และการโอนย้ายสัญญาณภายในระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้ Windows Server 2008 ร่วมกับ Windows Vista ที่สำนักงานสาขาจะช่วยให้อัตราการรับส่งข้อมูลผ่านระบบสื่อสาร WAN ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

ห้ามอุปกรณ์ไม่พึงประสงค์ไม่ให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย -NAP
การมีพันธมิตรและผู้ใช้โมไบล์จำนวนมากขึ้นที่ต้องการติดต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กรของคุณ การรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายจากภัยคุกคามจากภายนอกจึงถือเป็นความท้าทายที่ต้องรับมืออย่างต่อเนื่อง ระบบ Network Access Protection (NAP) ใน Windows Server 2008 จะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่ตรงตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่ให้ติดต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กรได้ NAP สามารถตรวจเช็คสภาพของคอมพิวเตอร์ที่พยายามติดต่อเข้ามา และบังคับให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยขององค์กรเสียก่อนจึงจะทำการเชื่อมต่อได้

รองรับแนวทางระบบธุรกิจต่อเนื่องของระบบที่มีงานปริมาณมากๆ -ระบบที่พร้อมให้บริการ
คุณสมบัติเกี่ยวกับระบบที่พร้อมให้บริการใน Windows Server 2008 สามารถสนองตอบต่อความต้องการขยายระบบของโซลูชันเชิงธุรกิจที่มีเงื่อนไขมากเป็นพิเศษได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อได้ แม้ต้องเผชิญกับดาวน์ไทม์ที่ไม่ได้คาดคิดก็ตาม Windows Server 2008 รองรับการทำงานของคลัสเตอร์ซึ่งโอนถ่ายการทำงานจากจุดเสียไปยังจุดดีได้ มีระบบปรับสมดุลปริมาณงานในเครือข่าย มีระบบพาร์ทิชันฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนแปลงสภาพได้ มีระบบจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง และมีโครงสร้างตรวจเช็คสภาพของฮาร์ดแวร์ในตัวด้วย ด้วยเหตุนี้การใช้ Windows Server 2008 จะช่วยป้องกันปัญหาจุดเสียเพียงจุดเดียวทำให้ระบบล่มทั้งหมดได้เป็นอย่างดี ส่วนการติดตั้งใช้งานและการบริหารที่ทำได้ง่ายขึ้นจะช่วยให้องค์กรทุกขนาดใช้ปมเด่นของคุณสมบัติเหล่านี้เพื่อทำให้ความพร้อมในการให้บริการ และเสถียรภาพของระบบดีขึ้นกว่าเดิม

รองรับการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย -Active Directory Federated Rights Management
บริษัทต่างๆต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าได้โดยที่ไม่สูญเสียการควบคุมข้อมูลของตนเอง ระบบ Rights Management Services จะช่วยให้องค์กรต่างๆควบคุมการใช้เอกสารของตนได้ อาทิเช่นการกำหนดว่าใครที่สามารถเรียกดูเอกสารได้บ้าง พิมพ์เอกสารออกมาได้หรือไม่ รวมทั้งส่งต่อหรือลบเอกสารได้หรือไม่ ทั้งภายในและภายนอกบริษัท

เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ได้
Windows Server 2008 มีระบบ Subsystem for UNIX-based Application (SUA) ที่เป็นสภาพแวดล้อมยูนิกซ์ซึ่งรองรับการทำงานของผู้ใช้ได้หลายคน บวกกับใช้งานกับคำสั่ง ยูทิลิตี้ และเซลล์สคริปท์ของยูนิกซ์ได้มากกว่า 300 ชนิด ผู้ใช้สามารถกำหนดชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับโดเมน Windows และระบบยูนิกซ์ได้ ปรับความสอดคล้องของชื่อและรหัสผ่านโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงให้แก่ระบบทั้งสองชนิด SUA ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Windows ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้อิมูเลชัน ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับประสิทธิภาพของระบบยูนิกซ์อย่างแท้จริง รวมทั้งช่วยให้แอพพลิเคชันยูนิกซ์ใช้ประโยชน์จาก API และคอมโพเน้นต์ต่างๆของ Windows ได้ด้วย

มีบริการช่วยเหลือตนเองสำหรับรีโมทไซต์
รีโมทไซต์อาทิสำนักงานสาขามักมีปัญหาเรื่องของระบบไอทีเป็นประจำ การที่ไม่มีพนักงานไอทีประจำอยู่ที่สาขาทำให้การติดตั้งซอฟต์แวร์และการอัพเดทระบบรักษาความปลอดภัยเสียค่าใช้จ่ายสูงและสิ้นเปลืองเวลาอย่างมาก แถมการบังคับใช้มาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยและ IP กับรีโมทไซต์ยังมักเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอีกด้วย แต่ Windows Server 2008 ช่วยให้ขั้นตอนการบริหารระบบแบบรีโมททำได้ง่ายเหมือนกับการบริหารระบบภายในสำนักงานใหญ่ ดังนั้นผู้ดูแลระบบจะแก้ไขปัญหาจำนวนมากได้โดยใช้ระบบบริหารแบบรีโมท นอกจากนั้นระบบ Read-Only Domain Controller ชนิดใหม่ยังช่วยให้การบริหาร Active Domain ในระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบรีโมททำได้ง่ายขึ้นด้วย

การบริหาร การควบคุม และการสร้างระบบอัตโนมัติทำได้ง่าย -Server Manager และ PowerShell
Server Manager Console ก็คือคอนโซลแบบเบ็ดเสร็จเพียงช่องทางเดียวที่ใช้บริหารตัวแปรและข้อมูลระบบของเซิรฟเวอร์ แสดงสถานภาพของเซิร์ฟเวอร์ แยกแยะปัญหาโดยใช้การปรับแต่งตัวแปรที่อิงกับบทบาทของเซิร์ฟเวอร์ และบริหารบทบาททั้งหมดที่ติดตั้งเอาไว้ในเซิร์ฟเวอร์

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 24, 2008 in Computer

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: