RSS

ระบบ Web และ Application Platform

24 มิ.ย.

ระบบ Windows Server 2008 พร้อมด้วยระบบ Internet Information Services 7.0 (IIS 7.0) ช่วยให้คุณสามารถมีแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยและใช้งานได้ง่ายสำหรับการพัฒนาและให้บริการโฮสต์แอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆบนเว็บ แต่นอกจากการเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์แล้ว ระบบ IIS 7.0 นับเป็นระบบเสริมหลักสำหรับ Windows Web platform และมีบทบาทอย่างมากในการรวมเทคโนโลยีด้านแพลตฟอร์มต่างๆ ของไมโครซอฟท์เข้าด้วยกัน ทั้งระบบ ASP.NET, ระบบ Windows Communication Foundation Web services และระบบ Windows SharePoint Services

ระบบ Web and Applications platform ของ Windows Server 2008 ช่วยให้คุณสามารถทำการติดตั้งและจัดการกับระบบต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีความสามารถและความปลอดภัยสูง และยังมีระบบแอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆ สำหรับเว็บที่ปรับแต่งได้มากมาย

การปรับปรุงต่างๆใน Internet Information Services 7.0 (IIS 7.0)
ระบบของ IIS 7.0 มีความสามารถมากมายซึ่งช่วยให้ระบบโซลูชันของเว็บพัฒนารวมถึงติดตั้งและจัดการได้ง่ายมากขึ้น หากคุณต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปที่ เว็บไซต์ของ Internet Information Services (IIS) Web site   การปรับปรุงต่างๆใน IIS 7.0 มีดังนี้

ระบบสถาปัตยกรรมแบบแยกองค์ประกอบ (Modular Architecture) ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถมีอำนาจจัดการกับเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่างไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากระบบของ IIS 7.0 นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT สามารถปรับแต่งคุณสมบัติต่างๆได้ตามที่ตนเองต้องการทุกประการ ในเวอร์ชั่นนี้ ระบบ IIS นั้นได้รับการจำแนกออกเป็นโมดูลต่างๆ มากถึงกว่า 40 โมดูลซึ่งสามารถเลือกติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้สามารถลดโอกาสการถูกโจมตีจากภายนอกได้อย่างมาก ทั้งยังลดปริมาณความต้องการในการบันทึก footprint ของเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย

ระบบ APIs โครงสร้างที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับแต่งได้ของระบบ IIS 7.0 นั้นทำให้นักพัฒนาสามารถจัดการกำหนดรูปแบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนเองได้ คุณลักษณะต่างๆในแกนหลักของเว็บเซิร์ฟเวอร์ของ IIS 7.0 นั้นได้รับการออกแบบโดยใช้ชุดอินเทอร์เฟสใหม่ของ Web server APIs ซึ่งนักพัฒนาสามารถใช้เพื่อต่อเติม ปรับปรุง หรือเพิ่มคุณสมบัติต่างๆให้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนได้ ระบบ API เหล่านี้มีทั้งในรูปแบบของเนทิฟ WIN32 APIs และระบบ .NET Framework APIs นอกจากนั้น นักพัฒนายังสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาได้ของ IIS 7.0 โดยการใช้งานฟังก์ชันเช่น ระบบ event logging, การปรับแต่งค่าต่างๆ และชุดเครื่องมือสำหรับผู้บริหาร เพื่อทำให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้งานในรูปแบบบุคคลที่สาม

โครงสร้างแม่แบบแบบรวมศูนย์ที่แจกจ่ายได้ ด้วยความสามารถด้านการจัดการที่มีประสิทธิภาพของระบบ IIS 7.0 จึงทำให้การติดตั้งและการจัดการกับเว็บแอพพลิเคชั่นทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบสามารถเก็บข้อมูลการกำหนดค่าต่างๆทั้งหมดของระบบ IIS และระบบ ASP.NET ได้ภายในไฟล์รูปแบบ XML เพียงไฟล์เดียว รวมถึงยังมีชุดคำสั่ง (managed code)ในการจัดการรวมทั้งระบบ API (managed code)ที่สำหรับการเข้าถึงข้อมูลและการกำหนดค่าต่างๆของเว็บแพลตฟอร์มทั้งหมด ระบบการกำหนดค่าแบบใหม่นี้สนับสนุนการแจกจ่ายการกำหนดค่าต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปจัดเก็บไว้พร้อมกับข้อมูลเว็บไซต์หรือเนื้อหาแอพพลิเคชั่นด้วย

การพัฒนาเหล่านี้ส่งผลอย่างมากต่อวิธีการตั้งค่าแอพพลิเคชั่นต่างๆและการติดตั้ง เมื่อการกำหนดค่าต่างๆของเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นไม่ได้ถูกผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูล การตั้งค่าต่างๆจึงสามารถทำการคัดลอกและเคลื่อนย้ายจากที่ทำงานไปยังเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ และเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้โดยง่าย และเมื่อมีการทำการสร้างเว็บแล้ว ผู้ดูแลก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆผ่านเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำการจำลองแบบซึ่งอาจจะผิดพลาดและมีต้นทุนสูง หรือการทำการซิงค์ระบบที่ผิดพลาด เครื่องมือผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 มีชุดคำสั่งสำหรับผู้ดูแลจำนวนมากเพื่อช่วยให้การดูแลรักษาเว็บไซต์และแอพพลิเคชันทำได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบ IIS 7.0 มีระบบเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบที่มาพร้อมหน้าจอ GUI แบบใหม่ พร้อมด้วยระบบเครื่องมือสำหรับชุดคำสั่ง ระบบ API แบบใหม่ และระบบ Windows Management Instrumentation (WMI) ใหม่ซึ่งช่วยในการจัดการกับการดูแลระบบต่างๆอย่างอัตโนมัติ ชุดเครื่องมือใหม่ทั้งหมดเหล่านี้สนับสนุนการดูแลและจัดการทั้งระบบ IIS และระบบ ASP.Net

ระบบเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลพร้อมด้วยหน้าจอ GUI แบบใหม่ใน IIS 7.0 มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งยังสนับสนุนทั้งการตั้งค่าค่าระบบ IIS และ ASP.NET รวมถึงการตั้งค่า membership users และ role data รวมทั้ง runtime diagnostic information นอกจากนั้นยูสเซอร์อินเทอร์เฟสใหม่ยังช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือมีหน้าที่ดูแลเว็บสามารถมอบหมายหน้าที่ในการดูแลและจัดการให้กับนักพัฒนา หรือเจ้าของเนื้อหาได้ด้วย ช่วยให้ลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของและภาระในการดูแลและจัดการสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ทั้งยังสนับสนุนการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ remote servers ผ่านเครือข่าย HTTP (ผ่านระบบ Firewalls) เพื่อทำงานได้ทั้งในสภาวะแวดล้อมแบบ dedicated environment หรือ shared hosting environment ก็ได้

ระบบการตรวจสอบปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที สามารถตรวจสอบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่มีปัญหาได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดเวลาในการชะงักของระบบลง ระบบ IIS 7.0 จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัญหาขณะทำงานให้ผู้ดูแลระบบ (เช่น มีความต้องการใดบ้างที่กำลังทำงานอยู่ และทำงานมานานเท่าไรแล้ว มี URL ใดบ้างที่เกี่ยวข้อง มีไคลเอ็นต์ใดบ้างกำลังเรียกใช้งาน และสถานะของไคลเอ็นต์เหล่านั้นเป็นอย่างไร) นอกจากนั้น คุณยังสามารถกำหนดให้ระบบ IIS 7.0 สร้างบันทึกรายละเอียดต่างๆเมื่อมีการล้มเหลวในการร้องขอทำรายการได้ด้วย ซึ่งความสามารถของระบบวิเคราะห์นี้ก็สามารถพัฒนาต่อได้เช่นกัน ดังนั้นจึงสามารถสร้างรูปแบบการวิเคราะห์และใส่ลงในโมดูลเฉพาะได้

โดยสรุปแล้ว ระบบ IIS 7.0 นั้นออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถทำการพัฒนา ติดตั้ง รวมถึงกำหนดค่าต่างๆของเว็บแอพพลิเคชั่นและบริการได้สะดวกยิ่งขึ้นลดต้นทุนในการบริหารและจัดการโดยการจัดการวางโครงสร้างพื้นฐานเว็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นลดความเสี่ยงโดยการใช้ระบบควบคุมที่มีความละเอียดและมีคุณภาพสูงกับระบบบันทึกข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์พัฒนาและใช้งานโซลูชันด้านเว็บที่มีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็วด้วยโครงสร้างที่สามารถพัฒนาได้ลดช่วงเวลาการหยุดทำงานของระบบ (Downtime) ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

บทบาทหน้าที่ใหม่ของ Application Server
ระบบ Application Server เป็นฟังก์ชันเสริมของเซิร์ฟเวอร์ในระบบ Windows Server 2008 ระบบ Application Server มีฟังก์ชันการใช้งานใหม่ทั้งหมด จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นสภาวะแวดล้อมในการติดตั้งและรันระบบแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจเฉพาะซึ่งได้รับการพัฒนาโดยระบบ Microsoft .NET Framework 3.0 องค์กรที่มีแอพพลิเคชันประเภท Line of Business (LOB) applications รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆซึ่งยังต้องการใช้งานระบบ Microsoft .NET Framework 3.0 ระบบ Message Queuing ระบบ COM+ หรือระบบการทำบัญชีต่างๆ อาจพบว่าการทำการติดตั้งสภาวะแวดล้อมในการโฮสต์แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ทำได้ง่ายมากขึ้นด้วยระบบของ Application Server ใหม่นี้

คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ Windows Server 2008 Technical Library: Application Server

ระบบ Windows Media Services 2008
ระบบ Windows Media Services เป็นตัวเลือกสนับสนุนสำหรับการติดตั้งโปรแกรมหลักสำหรับระบบ Windows Server 2008 ระบบ Windows Media Services 2008 เป็นระบบแพลตฟอร์มที่ช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณคุณภาพสูงสำหรับไฟล์ภาพและไฟล์เสียงไปยังผู้รับผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตหรืออินทราเนต ด้วยระบบของ Windows Media Services 2008 คุณสามารถทำการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงคุณภาพสูงไปยัง

เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆที่เล่นไฟล์ข้อมูลนั้นๆผ่านโปรแกรมมีเดีย เช่น โปรแกรม Windows Media Player

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบของ Windows Media Services ซึ่งทำการตั้งค่า proxy, ทำการแคช, หรือส่งต่อเนื้อหาและไฟล์ของคุณอีกทีหนึ่ง

แอพพลิเคชันเฉพาะต่างๆที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้เครื่องมือของ Windows Media Software Development Kit (SDK)

ระบบ Windows Media Services ช่วยให้คุณสามารถทำการถ่ายทอดสัญญาณได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยระบบโปรแกรมที่มีความคล่องตัวสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณที่รวดเร็วและเหมาะกับตัวคุณ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้คุณภาพสัญญาณระดับสูง พร้อมด้วยการควบคุมที่สะดวกสบายและสามารถปรับแต่งได้

หากคุณต้องการรายละเอียดเพิ่ม กรุณาเข้าไปยังเว็บไซต์ของ Windows Media Services 2008

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 24, 2008 in Computer

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: